เลือกห้องบาคาร่ายังไง ให้เล่นง่าย

เทคนิคเลือกห้องบาคาร่า เป็นเทคนิคที่หลายคนอาจมองข้าม

วิธีการเอาชนะ บาคาร่า โดยไม่ต้องใช้สูตร

เทคนิคเลือกห้องบาคาร่า เป็นเทคนิคที่หลายคนอาจมองข้าม การเลือกห้องบาคาร่า หากเราเลือกถูก ก็จะเพิ่มโอกาสสูงที่คุณจะได้รับงานเดิมพันเข้ากระเป๋าตัวเอง

ในการเล่นบาคาร่าออนไลน์นั้น สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือ การเลือกห้องบาคาร่าสำหรับเล่นนั้นเอง ซึ่งหากเราทราบเทคนิคในการเลือกห้องบาคาร่า ก็เท่ากับจะเพิ่มโอกาสในการทำกำไรตั้งแต่ต้น ดังนั้นเดี๋ยวเราจะมาแนะนำวิธี การเลือกห้องบาคาร่าออนไลน์ ufabet5g มันมีเทคนิคหรือจุดสังเกตอย่างไรบ้าง เรามาดูจากเทคนิคการเลือกห้องในบทความนี้ได้เลย

บาคาร่าออนไลน์มีกี่ห้อง อะไรบ้าง

ห้องบาคาร่าออนไลน์ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ห้อง ดังนี้

  1. ห้องบาคาร่าแบบธรรมดา (Normal Baccarat)

สำหรับห้องบาคาร่าแบบธรรมดานี้ เป็นห้องที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว และเป็นห้องแรก ๆ ที่มือใหม่ได้เข้าไปเล่น โดยห้องบาคาร่าแบบธรรมดา จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 ต่อ 1 แต่หากเลือกเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (Banker) คุณจะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น 5% ของเงินเดิมพัน ทุก ๆครั้งที่มีการเดิมพันชนะ ในการเลือกออกแบบธรรมดานั้น เหมาะเป็นอย่างมากกับนักเดิมพันมือใหม่ ที่กำลังหัดเล่นบาคาร่าออนไลน์ ufabet5g เพราะรูปแบบการเล่นไม่ซับซ้อน เหมือนกับการเล่นในรูปแบบอื่น ๆ และสามารถทำเงินจากการเล่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย

  1. ห้องบาคาร่าแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น (No Commission)

หลายคนที่ชอบเล่นบาคาร่าออนไลน์ ufabet5g และชอบเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (Banker) และมักจะได้เงินไม่เต็ม เพราะจะต้องถูกหัก 5% ทุกครั้งที่มีการเดิมพันชนะ อาจจะมีคนมองว่าไม่ยุติธรรม แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการเล่นบาคาร่าออนไลน์ จะมีห้องที่ใช้เดิมพันแบบไม่มีหักค่าคอมมิชชั่นด้วย ซึ่งห้องนี้เป็นห้องที่คุณเลือกได้ว่า คุณจะเลือกเสียค่าคอมมิชชั่น หรือไม่เสียก็ได้ ซึ่งรูปแบบการเดิมพันก็เหมือนกับการเดิมพันแบบธรรมดา แต่จะต่างกันตรงที่ไม่ว่า จะเดิมพันฝั่งไหนก็ไม่เสียค่าคอมมิชชั่น และห้องบาคาร่าแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น จะมีรูปแบบการเดิมพันแบบ Super Six หรือ 6 แต้ม เพิ่มเข้ามาด้วย โดยจะมีอัตราการจ่ายสูงถึง 12 เท่าของเงินเดิมพันกันเลยทีเดียวก็ว่าได้ ซึ่งในการเดิมพันแบบชนะ 6 แต้มนี้ สามารถเดิมพันได้ทั้งฝั่งเจ้ามือ (Banker) หรือผู้เล่น (Player) แต่หากเดิมพันชนะ จะจ่ายแค่ครึ่งเดียว คือ 50% แต่หากชนะแต้มแบบปกติ 7 8 9 ฝั่งเจ้ามือจะได้เงินเต็ม

  1. ห้องบาคาร่าแบบ cow cow

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า ห้องบาคาร่าแบบ cow cow คืออะไร และสำคัญอะไรกับการเดิมพันบาคาร่า เรามีคำตอบให้สำหรับทุกคนที่กำลังสงสัย โดยห้องบาคาร่าแบบ cow cow หรือที่เรียกว่าบาคาร่าสู้วัวกระทิง เป็นเกมที่มีวิธีการเล่นที่คล้าย ๆ กับเกมบาคาร่าทั่ว ๆ ไป แต่สำหรับห้องบาคาร่าแบบ cow cow นั้น จะให้ความรู้สึกตื่นเต้น และเร้าใจมากกว่าเดิม โดยการนับแต้มบาคาร่าแบบ cow cow มีตัวอย่าง ดังนี้ ฝั่งเจ้ามือได้ไพ่ 7+4+6 = 17 เท่ากับได้ 7 แต้ม และ ผู้เล่นได้ไพ่ 7+6+9 = 22 เท่ากับได้ 2 แต้ม ความพิเศษของ บาคาร่า cow cow อยู่ที่อัตราการจ่าย เพราะขึ้นอยู่กันผลต่างของแต้มฝั่งเจ้ามือ และ ฝั่งผู้เล่น จากที่ได้ยกตัวอย่างนั้น ฝั่งเจ้ามือมี 7 แต้ม และฝั่งผู้เล่นมี 2 แต้ม ผลต่างคือ 7-2 = 5 อัตราการจ่ายก็จะอยู่ที่ 1 ต่อ 5 หรือ 5 เท่าของเงินเดิมพันนั่นเอง ซึ่งสำหรับห้อง บาคาร่าแบบ cow cow นั้น หากได้เข้าไปเล่นแล้วคุ้มเป็นอย่างมาก แต่การเดิมพันอาจจะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ฉะนั้นก่อนเล่นควรจะศึกษาข้อมูลให้ละเอียดทุกครั้ง

วิธีการเลือกห้องเล่นบาคาร่า

เทคนิคเลือกห้องบาคาร่า เป็นเทคนิคที่หลายคนอาจมองข้าม

  • การเลือกห้อง เพื่อเข้าเล่นบาคาร่าด้วยวิธีง่าย ๆ  คือ เลือกห้องที่มีรูปแบบการวางเดิมพันที่ไม่เยอะจนเกินไป เช่น ห้องที่เข้าไปเล่นนั้น ไม่ควรมีรูปแบบเค้าไพ่เกิน 2-3 รูปแบบ เพราะหากเข้าไปเล่นห้องเล่นที่มีรูปแบบเค้าไพ่มากจนเกินไป จะทำให้การวิเคราะห์ต้องใช้เวลามากขึ้น และเสี่ยงที่จะใช้เค้าไพ่ผิด
  • สำหรับห้องที่มีเค้าไพ่น้อย ๆ นั้น จะเกี่ยวโยงไปถึงการวางเดิมพันของผู้เล่น อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่า ห้องไหนมีเค้าไพ่ที่เยอะ จะทำให้เรากะจังหวะเดินพันได้ค่อนข้างยาก โอกาสในการเสียเงินเดิมพันไปแบบง่าย ๆ ก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ก่อนการวางเดิมพันควรวิเคราะห์ให้มั่นใจเสียก่อน
  • ผู้เล่นควรเลือกห้องที่เปิดเดิมพันมาแล้วอย่างน้อย 10-15 ตา เพราะจะทำให้เราสังเกตุได้ง่าย ว่าแนวเค้าไพ่ของห้องนี้เป็นอย่างไร ควรใช้เค้าไพ่แบบไหนในการวางเดิมพันต่อ โดยตัวเลข 10-15 เป็นเพียงประมาณการเท่านั้น เพราะบางห้องเราสามารถอ่านแนวทางการเดินของเค้าไพ่ได้ตั้งแต่รอบที่ 6-8 ก็มี เเต่ก็มีบางห้องที่อาจจะต้องใช้เวลาดูนานถึง 15-18 ตาก็มีเช่นกัน
  • ในการเล่นช่วงแรก ๆ สำหรับผู้เล่นมือใหม่ ควรเลือกห้องที่ให้เวลาในการวางเดิมพันที่นานอย่าง บาคาร่าคลาสสิค (Baccarat Classic) อย่างเพิ่งไปเล่นแบบ สปีดบาคาร่า (Speed Baccarat) ที่ให้เวลาเเค่ 20 วินาที ซึ่งเวลาอันสั้นนั้น อาจจะทำให้ผู้เล่นวิเคราะห์ และเลือกใช้เค้าไพ่ไม่ทันเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นวางเดิมพันไปแบบสุ่ม ๆ และนั่นไม่เป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง
  • อย่าเล่นในห้องมังกร (ห้ามเด็ดขาด) ทำไมถึงห้ามเล่นในห้องมังกร ก็เพราะ การเดิมพันในห้องที่มีผลออกแบบเดิมซ้ำๆ โดยไม่เปลี่ยนฝั่ง เป็นการเดิมพันที่ยากมาก เนื่องจากการออกแบบเดิมซ้ำ ๆ ทำให้เราเดาไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนฝั่ง เมื่อไหร่ และ สูตรหลายๆสูตรแพ้ทาง ห้องลักษณะแบบนี้ ไม่มีสูตรใดคำนวนได้ว่า มังกรจะหยุดที่ตาไหน
  • เลือกห้องที่ Balance ก็คือ ห้องที่มีออกทั้งสองฝั่งเท่า ๆ กัน และ มีการสลับไป-มา คนที่เล่นบาคาร่าเก่ง ๆ จะรู้ได้ว่าห้องแบบนี้ น่าเล่นขนาดไหน เพราะเป็นห้องที่เดาได้ไม่ยากนัก หากเดาผิด ก็สามารถทบเงินเพื่อตามได้ และ การใช้สูตรต่าง ๆ ในการเล่นก็สามารถใช้ได้ง่าย สำหรับนักเดิมพันที่เป็นมือใหม่ ส่วนมากจะใจร้อน เล่นห้องไหนก็เหมือนกัน แต่ขอจะแนะนำว่า ให้ใจเย็น ๆ รอสักหน่อยจนกว่าเราจะเจอห้องที่น่าเล่นจริง ๆ เพิ่มโอกาสในการชนะเกมเดิมพันนั่นเอง

  • เปลี่ยนห้องใหม่เมื่อเสียติดต่อกัน เมื่อเราเริ่มเล่นห้องไหน แล้วมีแนวโน้มว่าเริ่มเสียติดกันหลายตา ให้ทำการย้ายห้องในทันที หากยังฝืนเล่นต่อไป ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีอย่างแน่นอน เพราะการที่สูตรที่เราเลือกไม่เข้าแล้ว มีการทายผิดติด ๆ กันนั้น มีแนวโน้มที่จะผิดอีกเรื่อย ๆ ยากที่จะชนะ ขอแนะนำให้เปลี่ยนห้องใหม่ หรือ เลิกเล่นในวันนั้นไปเลย ก็ได้ แล้วค่อยมาเล่นวันหลัง

สรุปส่งท้าย

การเลือกห้องบาคาร่า เพื่อที่จะเข้าไปเล่นบาคาร่าออนไลน์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่จะทำให้คุณได้เงินหรือไม่ได้เงินนั้น ห้องบาคาร่าเป็นด่านแรก ที่ช่วยทำให้คุณเล่นง่ายมากขึ้น และมีความเสี่ยงน้อยลง ดังนั้นก่อนที่จะเดิมพันก็ควรจะศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการเดิมพันของคุณ

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป สูตรเด็ดบาคาร่า เล่นยังไงให้ได้เงิน

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *